
เชื้อสาเหตุ
เกิดจากเชื้อ Chlamydia trachomatis (serotype D-K) ร้อยละ 30 50 เชื้อ Ureaplasma urealyticum ร้อยละ 30
สาเหตุอื่น ๆ
ที่อาจพบได้ เช่น เชื้อแบคทีเรีย mycoplasma เชื้อพยาธิ trichomonas,herpes, แผลในท่อปัสสาวะ การอุดตันในท่อปัสสาวะ (urethral stricture) การกระทบกระแทก foreign body อย่างไรก็ตาม ประมาณร้อยละ 20 ของผู้ป่วยยังไม่พบสาเหตุ
ระยะฟักตัว
7 14 วัน หรือนานกว่า
ลักษณะทางคลินิก
ผู้ป่วยชาย
อาจมีอาการปัสสาวะแสบขัดหรือคันในท่อปัสสาวะ อาจมีมูกใสหรือขุ่นจากท่อปัสสาวะ บางรายอาจไม่มีอาการ
ผู้ป่วยหญิง
ส่วนใหญ่ไม่มีอาการ อาจมีอาการตกขาวผิดปกติ คันบริเวณปากช่องคลอด ตรวจภายในอาจพบหนอง หรือมูกปนหนอง และปากมดลูกบวมแดง เลือดออกง่าย
เนื่องจากอาการของโรคไม่เด่นชัด และจำเพาะ รวมทั้งการเพาะเชื้อสาเหตุยังไม่เป็นที่แพร่หลาย โดยทั่วไป ใช้วิธีการย้อมสีกรัมจาก specimen ที่เก็บจากท่อปัสสาวะ หรือปากมดลูกเพื่อวิเคราะห์แยกโรคหนองใน ถ้าไม่พบเชื้อรา พยาธิ tricomonas และพบเม็ดเลือดขาวมากกว่าเกณฑ์ปกติ ให้ถือว่าเป็นหนองในเทียม
ภาวะแทรกซ้อน
อาจเกิดการอักเสบของต่อมต่างๆบริเวณท่อปัสสาวะepididymitis, Bartholins gland abscess, PID ในกรณีที่พบร่วมกับ conjunctivitis & arthritis เรียกว่า Reiters Syndrome