index
  comtop1 comtop2
Contact Us Site Map
 
 
 

  Poll Online
 
วันที่ 2 เมษายนคุณคิดว่าจะไปเลือกตั้งหรือไม่
ไปเลือกตั้ง
ไม่ไปเลือกตั้ง
คิดดูก่อน
อาจจะไป
ไม่ไปดีกว่า
 

Web Board
 
 
คุณเป็นผู้เข้าชมลำดับที่

ข่าวภัยสุขภาพ
 

การแพ้ยา (Drug Allergy)   

การแพ้ยา หมายถึง การที่ร่างกายมีปฏิกิริยาต่อยาที่ร่างกายได้รับผิดไปจากธรรมดา กล่าวคือ ผิดจากปฏิกิริยาของร่างกายผู้อื่นส่วนใหญ่ที่มีต่อสารนั้น โดยอาจเนื่องจากกรรมพันธุ์ หรือการได้รับยานั้นมาก่อน เมื่อร่างกายได้รับยาหรือสารเคมีที่มีสูตรคล้ายคลึงกันกับยาเข้าไปจะกระตุ้นให้ร่างกายสร้างสารต่อต้าน ที่เรียกว่า แอนติบอดีขึ้น และเมื่อร่างกายได้รับยาครั้งต่อไปจะกระตุ้นให้มีการหลั่งของสารบางชนิด เช่น ฮีสตามีน ซึ่งเป็นตัวสำคัญที่ทำให้เกิดอาการแพ้ขึ้นอาการแพ้ยามีตั้งแต่อาการเล็กน้อย เช่น ผื่นคัน บวม หรือเป็นมากจนมีอาการหลอดลมตีบ เส้นเลือดขยายมาก ซึ่งอาจทำอันตรายถึงแก่ชีวิตได้

การแพ้ยานี้อาจจะไม่ขึ้นกับขนาดของยาที่ได้รับ และไม่สามารถบอกให้ทราบได้ว่าจะเกิดขึ้นกับใครบ้าง แต่พบว่าคนที่มีประวัติแพ้ยาชนิดหนึ่งชนิดใดมาก่อน หรือคนที่มีประวัติเป็นโรคภูมิแพ้ หืด หวัดเรื้อรัง ลมพิษ จะมีโอกาสเกิดการแพ้ยามากกว่าคนทั่วไป

การแพ้ยา แบ่งออกได้เป็น 2 ชนิด คือ

  1. การแพ้ยาที่เกิดขึ้นแบบทันทีทันใด มีทั้งชนิดที่อาการรุนแรงจนถึงเสียชีวิตได้ เมื่อร่างกายได้รับยาจะมีอาการหายใจไม่ออก เนื่องจากหลอดลมตีบบวม เส้นเลือดขยาย ความดันต่ำ หมดสติ และเสียชีวิตได้ อาการที่เกิดขึ้นรวดเร็วมากต้องรีบทำการรักษาอย่างทันท่วงที ยาที่ทำให้เกิดอาการแพ้นี้ เช่น ยาเพนนิซิลลิน ยาฉีดทุกชนิด ยาที่เป็นโปรตีนและยาที่เป็นสารที่ได้จากสิ่งมีชีวิต เช่น ซีรั่ม อาการแพ้ที่ไม่รุนแรง อาจมีอาการไข้ ผื่นคันหรือบวม บางครั้งอาจเกิดอาการหอบหืด คัดจมูกได้ อาการเหล่านี้ถ้าหยุดยาก็จะหายไปได้เอง
  2. การแพ้ยาแบบทิ้งช่วง จะแสดงอาการแพ้ยาหลังได้รับยาแล้ว 1-2 วัน อาการที่แพ้มีได้ตั้งแต่อาการผิวหนังมีผื่นแดงคัน อักเสบ เม็ดเลือดขาวลดลง โลหิตจาง เมื่อเกิดอาการแพ้ยาขึ้น ถ้าเป็นเล็กน้อยให้หยุดยาทันที ถ้าเป็นมากให้รีบส่งโรงพยาบาลเพื่อจะได้รักษาอาการแพ้ที่เกิดขึ้น

การป้องกัน อาจทำได้โดยงดใช้ยาที่ท่านเคยแพ้ เมื่อแพ้ยาใดแล้วต้องจดจำชื่อตัวยาที่เป็นชื่อสามัญทางยาของยานั้น หรือจดใส่สมุดบันทึก ไม่ควรจดจำจากสี หรือรูปร่างลักษณะของเม็ดยา เนื่องจากไม่อาจบ่งบอกได้อย่างชัดเจนแน่นอนว่าเป็นยาอะไร ทุกครั้งเมื่อไปพบแพทย์หรือซื้อยาควรแจ้งให้ทราบว่าท่านเคยแพ้ยาอะไรบ้าง ที่สำคัญที่สุด คือ หยุดการใช้ยาอย่างพร่ำเพรื่อโดยไม่จำเป็น อย่าใช้ยาที่ท่านไม่มีโอกาสทราบเลยว่าเป็นยาอะไร เช่น ยาชุด ยาที่ไม่มีฉลาก เป็นต้น


Copyright 2005 - กลุ่มโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ สำนักโรคเอดส์ วัณโรค และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ - All Rights Reserved